2005/Nov/03

Eternal Return : การอุบัติซ้ำชั่วนิรันดร์

แนวความคิดเรื่อง "การอุบัติซ้ำชั่วนิรันดร์" ของ Nietzsche ปรากฏอยู่ใน The Gay Science, Thus Spake Zarathustra, และ The Will To Power.....

ใน The Gay Science นิทซ์เช่เขียนไว้ตอนหนึ่งดังนี้

" What, if some day or night a demon were to steal after you into your loneliest loneliness and say to you: "This life as you now live it and have lived it, you will have to live once more and innumerable times more; and there will be nothing new in it, but every pain and every joy and every thought and sigh and everything unutterably small or great in your life will have to return to you, all in the same succession and sequence - even this spider and this moonlight between the trees, and even this moment and I myself. "


" น้ำหนักที่หนักหนาสาหัสที่สุด(das schwerste Gewicht) จะเป็นอย่างไรเล่า หากยามทิวาหรือราตรีหนึ่ง ปีศาจย่องตามหลังท่านมาในความเปล่าเปลี่ยวสุดเดียวดาย และเอ่ยวาจากับท่านว่า: "ชีวิตนี้ที่เจ้ากำลังมีชีวิตอยู่ และได้มีชีวิตผ่านมาแล้ว เจ้าจะต้องมีชีวิตขึ้นมาอีกและอีกนับครั้งไม่ถ้วน และจะไม่มีอะไรแปลกใหม่เลย แต่ความทุกข์โศกศัลย์ ทุกความเบิกบาน ทุกความคิดและเสียงทอดถอนใจ และทุกสรรพสิ่ง ทั้งเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ที่จาระไนมิได้หมด จักหวนกลับมาหาเจ้าอีก ต่อเนื่องตามลำดับเหมือนเดิมหมด แม้กระทั่งแมงมุมตัวนี้ และแสงจันทร์ที่ทอลอดระหว่างคาคบไม้นี้ และแม้กระทั่งชั่วขณะจิตนี้และรวมทั้งตัวข้า...."

หากว่าทุกๆวินาทีในชีวิตเราสามารถอุบัติซ้ำนับครั้งไม่ถ้วน เราย่อมถูกตรึงขึงพืดกับนิรันดร์กาลประดุจพระเยซูคริสต์ถูกตรึงบนกางเขน เป็นภาพที่น่าพรั่นพรึงนัก
ในโลกของการอุบัติซ้ำชั่วนิรันดร์ น้ำหนักของความรับผิดชอบสุดทนทานย่อมถ่วงหนักอึ้ง ทุกฝีก้าวที่เราขยับเคลื่อนไหว นั่นคือเหตุผลที่นิทซ์เช่เรียกการอุบัติซ้ำชั่วนิรันดร์ว่าเป็น ภาระที่หนักหน่วงที่สุด


การคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะอุบัติซ้ำเหมือนดังที่เราประสบมันมาแล้ว และการอุบัติซ้ำจะอุบัติซ้ำต่อไปอีกโดยไม่มีที่สิ้นสุด! นั่นหมายความว่า ชีวิตที่สูญสิ้นไปโดยสิ้นเชิงและไม่ย้อนกลับมาอีกย้อมเปรียบเสมือนเงาที่ไร้น้ำหนัก ตายไปแล้วตั้งแต่ต้นมือ ไม่ว่าชีวิตนั้นจะงดงามหรือสูงส่ง ความทุเรศทุรัง ความงามย่อมไม่มีความหมายอะไร เราไม่จำเป็นต้องให้ความสำคัญแก่มันมากไปกว่าสงครามระหว่างสองอาณาจักรแอฟริกันในศตวรรษที่ 14 สงครามที่ไม่ได้ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรเลยแก่ชะตากรรมของพิภพใบนี้ แม้ว่าจะมีคนผิวดำเป็แสนๆตายไปในความทารุณโหดเหี้ยมของสงครามครั้งนั้นก็ตาม


Einmal ist keinmal = สิ่งที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวก็เหมือนกับไม่เคยเกิดขึ้นเลย

.........หากเรามีเพียงชีวิตเดียวให้มีชีวิตอยู่ ก็เหมือนกับเราไม่เคยมีชีวิตอยู่เลย


จากหนังสือ "The unbearable Lightness of Being" by Milan Kundera


การอุบัติซ้ำชั่วนิรันดร์ก็เปรียบได้กับการเกิด "Big Bang"
.......หมุนเวียนเป็นวงจรไม่จบสิ้น


ลองดูดีๆ ใน FF7 ก็มีการพาดพิงถึงปรัชญานี้แบบที่ต้องอาศัยการตีความเอานิดๆหน่อยๆด้วยนะ หุหุ



+ + + + + + +



วันนี้ Blog แอบเครียดป่าว? 55555

เอารูปที่เพิ่งได้มาแอบปล่อย >.<~~!!!! ถ่ายนานมากแล้ว งานไรมั่งเนี่ย แต่เพิ่งได้รูปจากโจว ^_^


Seed goes on....

วันนั้น : ไปงาน : ....เพื่อคนนี้ >.<~!!!





....เอาของหมั้นไปให้.....





ดูจิๆๆๆ.......มีกุมมือกันแน่บแน่นด้วยความรักด้วยย >.<~~!!!
(ยัยฟุจ! ห้ามมาเถียง โวยวาย แก้ตัว หรือประท้วงในบล็อกชั้น!! -- ---")




แล้วก็ได้ "กำไร" มาเป็นคนนี้~~~~ "น้องแพร" +^0^+~!! โฮะๆๆ





รูปนี้........มีคนบอกว่าว่า ข้างๆ(หรือข้างหลังเลยได้ก็ยิ่งดี) ของชั้นจะดูดี(กว่า)
...กร๊ากกกกกก =[]=!!!






....วันต่อไป >>> Comic Party

วันนี้ ยัยฟุจ อยู่ ตอ.จอ.วอ!!!! มาไม่ได้~~=A=!!!


....ยังคงตามไปเจ๊าะแจ๊ะกับ "กำไร" >.<~~!!!


แล้วหลังจากเดินสำรวจเด็กๆ ก็ *แว่บบ!* ไปเจอ ซานิคุง เข้า >>~@.@+~ ปิ๊งง*+

น้องแดง : คิๆๆ*สะกิดๆ ดึงๆ ลากๆ* .....ชั้นอยากได้รูปซานิคุงอ่ะ *-*, คิไปถ่ายให้หน่อยจิ (ไม่ได้เอากล้องไป...แต่อยากกก / แถวบ้านเรียก "หน้าด้าน และเบียดเบียน" ^0^!!!) ......เค้าถ่ายกลุ่มกันอยู่อ่ะ ตรงนั้นอ๊า...*ชี้ๆ* ....เอาชัดๆน๊ะ.....ซูมโฟกัสมาเดี่ยวๆด้วยล่ะ~!!(มีสั่งอีกเว้ย -- ----")

ผล >>>



กร๊ากกกกกกกกกก >>> stalker เวรี่หลอนมากกกก >A<~!!



แล้วแค่นั้นยังไม่พอ................ยังจะกระดี๊กระดี๊ตามไปลวนลามเอ๊ย ขอถ่ายรูปกะเค้าอีก *0*



ป.ล. กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด~ คอช้าน หายปายหนายยย อะ-เฟร่ดดดด มากกก >A<!!! *แหกปาก* .......ก่อนออกจากบ้าน ทำไม ไม่มีใครเตือนชั้น ว่าใส่คอเต่าตัวนี้แล้ว "คอหาย"!!!


....โอ้ววว โน้ววววววววววว....>0<~~ *เลียนแบบลาล่า โปงลางสะออน*


...แล้วดูหน้าซานิคุงดิ --- -----"
, กลัวนะนั่น ไม่ใช่ไม่กลัว กร๊ากกกกกก นี่ชั้นเป็นภัยสังคมไปตั้งแต่เมื่อไหร่ >0<!!!


ป.ล. ดูจิ.......เวลาถ่ายรูปคู่กะเด็กๆน่ารักทีไร *-* ชอบลืมตัว นึกว่าทุกคนเป็น "ฟุจจี้" หมด!!! >>> "กอดหมับ จับ ลวนลาม" =[]=!!! อันตรายจริงๆด้วยชั้น >.<~~!!!!




Song : Passive
Artist : A Perfect Circle
Album : Emotiv

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ชอบประโยค จากหนังสือ "The unbearable Lightness of Being" by Milan Kundera แฮะ ได้ใจๆ :D

ล่างๆ ..... พูดไม่ออก =[]=''
เอาเถอะๆ เราชินแล้ว ----
ป่าปู่ป่าหลานเราเอานอนด้วยทุกวันเลย น่ารักดี ขอบใจมากเลยน้า :D
#1  by  Oam At 2005-11-03 16:11, 
กริ๊ดดดดดดดดดด คุนเดอร่าๆๆ >0<
ยังอ่านเรื่องนี้ไม่จบเลยอ่ะค่ะ ตอนนี้ดันอยากอ่าน ignorance กับ laughable love เพิ่มอีก
/me เหลือบไปมองกองหนังสือที่ซื้อมาดองไว้อ่านมากมาย ไม่หมดซะที
..หงึก ตอนนี้ต้องอ่านหนังสือที่ใช้เรียนอยู่สินะ
ภาพล่างๆ กร๊ากกกก กำไร 55
เพลงเท่ห์จัง~~ ชอบ
#2  by  Kagetsu At 2005-11-03 21:42, 
ข้างบนกับข้างหลังนี่ คนเขียนคนเดียวกันหรือป่าวคับ พี่เช??? ไม่ไหวแลวนะ ฮ่าๆๆๆ
#3  by  katzui At 2005-11-04 03:41, 
กรี๊ดๆๆๆ A Perfect Circle ชั้นชอบบบบบ
(ข้างบนยังไม่ได้อ่าน ขี้เกียจ)

*ยกมือ*เห็นด้วยกะเจ้าเดี้ยง!!!
ยัยบร้าๆๆๆๆๆๆ (อิจฉา) 55555

#4  by  Aijou~ At 2005-11-04 09:36, 

<< Home